วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

สรุปสาระสำคัญหน่วยที่ 3 วันที่ 19 เมษายน 2557 การใช้ Blog ในการสอน วิทยากร: ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร.ชัชญาภา วัฒนธรรม

 WebQuest    คือ บทเรียนการแสวงหาความรู้บนเว็บโดยอาศัยกิจกรรมบนบทเรียนเป็นตัวเร้าความสนใจให้ผู้เรียนเกิดความใฝ่รู้และต้องการสืบเสาะค้นหาข้อมูล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในรูปแบบของการตั้งสมมติฐานและสมมติสถานการณ์ โดยการเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถค้นคว้าต่อเนื่องไปได้ไม่รู้จบ ตามความสนใจของผู้เรียน แต่ละคน ช่วยให้ผู้เรียนสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม 

Web Quest  ที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้  
 1. ง่ายต่อความเข้าใจในการใช้   
 2. ใช้แหล่งความรู้ที่ดีและมีคุณภาพ  
 3. สร้างบทเรียนที่จูงใจผู้เรียน  
 4. ขั้นภารกิจต้องอธิบายให้ชัดเจน  
 5. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้จักการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์  
 6. เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนานให้แก่ผู้เรียน
 7. ช่วยให้ผู้เรียนได้รู้จักใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสืบค้นข้อมูล 
 8. ผู้เรียนได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม
 ตัวอย่าง ขั้นตอนในการสร้างเว็บเควสท์

1. ขั้นนำ (Introduction) เป็นส่วนที่กำหนดขั้นตอนและให้ความรู้พื้นฐาน
2. ภาระงาน (Task)    เป็นส่วนที่กำหนดว่าให้ผู้เรียนทำอะไร
3. กระบวนการเรียน (Learning Process)   เป็นส่วนที่กำหนดให้ผู้เรียนกระทำตามขั้นตอนที่กำหนดเพื่อเข้าสู่วัตถุประสงค์ของงานหนึ่งๆ ที่มีคำอธิบายเป็นขั้นตอนตามลำดับ
4. แหล่งเรียนรู้ (Resource)   เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้เรียนทำงานที่กำหนดสำเร็จสมบูรณ์ ซึ่งแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในเอกสารเดียวกัน อาจหมายถึงเอกสารบนเว็บต่างๆ หรือ URL ที่เกี่ยวข้อง e-Mail ของผู้ชำนาญการในเรื่องนั้นๆ
5. ประเมินผล (Evaluation)    เป็นส่วนที่กำหนดขึ้นเพื่อประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ (Scoring Rubric) 
6. สรุป (Conclusion)    เป็นส่วนที่ทำให้ผู้เรียนรู้ว่าได้รับรู้อะไร และสามารถช่วยทำให้ผู้เรียนขยายผลการเรียนรู้ของตนเองออกไป

แบบทดสอบ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา วันที่ 20 เมษายน 2557การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning)

 การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning)
เรียบเรียงโดย : นางสาวอุไร ยึดหมู่
Web Based Learning (WBL)
WBL หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนที่อาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดยมีการใช้ TCP/IP , HTTPS เป็น Protocal หลักในการถ่ายโอนข้อมูล เป็นรูปแบบการประยุกต์ใช้คุณสมบัติไฮเปอร์มีเดีย (Hyper media) เข้ากับคุณสมบัติของอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วยระยะทาง และเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน (Learning without Boundary) อันจะช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การขาดแคลนครูผู้สอนที่ได้รับยอมรับ หรือมีประสิทธิภาพ สร้างมาตรฐานเนื้อหาการเรียนรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งเปิดช่องทางการเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning) และการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต (Lifelong Learning)



ประโยชน์ของการเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning)
1.การสอนบนเว็บเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่อยู่ห่างไกล หรือไม่มีเวลาในการมาเข้าชั้นเรียนได้เรียนในเวลาและสถานที่ ๆ ต้องการ ซึ่งอาจเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือสถานศึกษาใกล้เคียงที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตได้ การที่ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเดินทางมายังสถานศึกษาที่กำหนดไว้จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาในด้านของข้อจำกัดเกี่ยวกับเวลา และสถานที่ศึกษาของผู้เรียนเป็นอย่างดี
2.การสอนบนเว็บยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ผู้เรียนที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในภูมิภาคหรือในประเทศหนึ่งสามารถที่จะศึกษา ถกเถียง อภิปราย กับอาจารย์ ครูผู้สอนซึ่งสอนอยู่ที่สถาบันการศึกษาในนครหลวงหรือในต่างประเทศก็ตาม
3.การสอนบนเว็บนี้ ยังช่วยส่งเสริมแนวคิดในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เนื่องจากเว็บเป็นแหล่งความรู้ที่เปิดกว้างให้ผู้ที่ต้องการศึกษาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถเข้ามาค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลาการสอนบนเว็บ สามารถตอบสนองต่อผู้เรียนที่มีความใฝ่รู้รวมทั้งมีทักษะในการตรวจสอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Meta-cognitive Skills) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.การสอนบนเว็บ ช่วยทลายกำแพงของห้องเรียนและเปลี่ยนจากห้องเรียน 4 เหลี่ยมไปสู่โลกกว้างแห่งการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพสนับสนุนสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับปัญหาที่พบในความเป็นจริง โดยเน้นให้เกิดการเรียนรู้ตามบริบทในโลกแห่งความเป็นจริง(Contextualization) และการเรียนรู้จากปัญหา (Problem-based Learning) ตามแนวคิดแบบConstructivism
5.การสอนบนเว็บเป็นวิธีการเรียนการสอนที่มีศักยภาพ เนื่องจากที่เว็บได้กลายเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการรูปแบบใหม่ครอบคลุมสารสนเทศทั่วโลกโดยไม่จำกัดภาษา การสอนบนเว็บช่วยแก้ปัญหาของข้อจำกัดของแหล่งค้นคว้าแบบเดิมจากห้องสมุดอันได้แก่ ปัญหาทรัพยากรการศึกษาที่มีอยู่จำกัดและเวลาที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล เนื่องจากเว็บมีข้อมูลที่หลากหลายและเป็นจำนวนมาก รวมทั้งการที่เว็บใช้การเชื่อมโยงในลักษณะของไฮเปอร์มิเดีย (สื่อหลายมิติ) ซึ่งทำให้การค้นหาทำได้สะดวกและง่ายดายกว่าการค้นหาข้อมูลแบบเดิม
6.การสอนบนเว็บจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ที่กระตือรือร้น ทั้งนี้เนื่องจากคุณลักษณะของเว็บที่เอื้ออำนวยให้เกิดการศึกษา ในลักษณะที่ผู้เรียนถูกกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นได้อยู่ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น การให้ผู้เรียนร่วมมือกันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ บนเครือข่ายการให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและแสดงไว้บนเว็บบอร์ดหรือการให้ผู้เรียนมีโอกาสเข้ามาพบปะกับผู้เรียนคนอื่น ๆ อาจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในเวลาเดียวกันที่ห้องสนทนา เป็นต้น
7.การสอนบนเว็บเอื้อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ ซึ่งการเปิดปฏิสัมพันธ์นี้อาจทำได้ 2 รูปแบบ คือ ปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนด้วยกันและ/หรือผู้สอน ปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนในเนื้อหาหรือสื่อการสอนบนเว็บ ซึ่งลักษณะแรกนี้จะอยู่ในรูปของการเข้าไปพูดคุย พบปะ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกัน ส่วนในลักษณะหลังนั้นจะอยู่ในรูปแบบของการเรียนการสอน แบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบที่ผู้สอนได้จัดหาไว้ให้แก่ผู้เรียน
8.การสอนบนเว็บยังเป็นการเปิดโอกาสสำหรับผู้เรียนในการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ทั้งในและนอกสถาบันจากในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก โดยผู้เรียนสามารถติดต่อสอบถามปัญหาขอข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจริงโดยตรงซึ่งไม่สามารถทำได้ในการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับการติดต่อสื่อสารในลักษณะเดิม ๆ
9.การสอนบนเว็บเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานของตน สู่สายตาผู้อื่นอย่างง่ายดาย ทั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพื่อนๆ ในชั้นเรียนหากแต่เป็นบุคคลทั่วไปทั่วโลกได้ ดังนั้นจึงถือเป็นการสร้างแรงจูงใจภายนอกในการเรียนอย่างหนึ่งสำหรับผู้เรียน ผู้เรียนจะพยายามผลิตผลงานที่ดีเพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียงตนเองนอกจากนี้ผู้เรียนยังมีโอกาสได้เห็นผลงานของผู้อื่นเพื่อนำมาพัฒนางานของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
10.การสอนบนเว็บเปิดโอกาสให้ผู้สอนสามารถปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตร ให้ทันสมัยได้อย่าง สะดวกสบายเนื่องจากข้อมูลบนเว็บมีลักษณะเป็นพลวัตร ( Dynamic ) ดังนั้นผู้สอนสามารถอัพเดตเนื้อหาหลักสูตรที่ทันสมัยแก่ผู้เรียนได้ตลอดเวลา นอกจากนี้การให้ผู้เรียนได้สื่อสารและแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ทำให้เนื้อหาการเรียนมีความยืดหยุ่นมากกว่าการเรียนการสอนแบบเดิมและเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ การสอนบนเว็บสามารถนำเสนอเนื้อหาในรูปของมัลติมีเดีย ได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่ง เสียง ภาพเคลื่อนไหว วีดีทัศน์ ภาพ 3 มิติ โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถเลือกรูปแบบของการนำเสนอเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทางการเรียน
ข้อดีของการเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning)

  • เอื้ออำนวยให้กับการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ รวมทั้งบุคคล
  • ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องการเรียนและสอนในเวลาเดียวกัน
  • ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องมาพบกันในห้องเรียน
  • ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และผู้สอนที่ไม่พร้อมด้านเวลา ระยะทางในการเรียนได้เป็นอย่างดี
  • ผู้เรียนที่ไม่มีความมั่นใจ กลัวการตอบคำถาม ตั้งคำถาม ตั้งประเด็นการเรียนรู้ในห้องเรียน มีความกล้ามากกว่าเดิม เนื่องจากไม่ต้องแสดงตนต่อหน้าผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้น โดยอาศัยเครื่องมือ เช่น E-Mail, Webboard, Chat, Newsgroup แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสร
ข้อจำกัดของการเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning)

การจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ ควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้

  • ความพร้อมของอุปกรณ์และระบบเครือข่าย เนื่องด้วยการเรียนการสอนผ่านเว็บ เป็นการปรับเนื้อหาเดิมสู่รูปแบบใหม่ จำเป็นต้องมีเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบเครือข่ายที่พร้อมและสมบูรณ์ เพื่อให้ได้บทเรียนดิจิตอลที่มีคุณภาพ และทันต่อความต้องการเรียน ผู้เรียนสามารถเลือกเวลาเรียนได้ทุกช่วงเวลาตามที่ต้องการ ซึ่งในประเทศไทยพบว่ามีปัญหาในด้านนี้มาก โดยเฉพาะในเขตนอกเมืองใหญ่
  • ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนและผู้สอน ต้องมีความรู้และทักษะทั้งด้านคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตพอสมควร โดยเฉพาะผู้สอนจำเป็นต้องมีทักษะอื่นๆ ประกอบเพื่อสร้างเว็บไซต์การสอนที่น่าสนใจให้กับผู้เรียน
  • ความพร้อมของผู้เรียน ผู้เรียนจะต้องมีความพร้อมทั้งทางจิตใจ และความรู้ คือ จะต้องยอมรับในเทคโนโลยีรูปแบบนี้ ยอมรับการเรียนด้วยตนเอง มีความกระตือรือร้น ตื่นตัว ใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ กล้าแสดงความคิดเห็นและศึกษาความรู้ใหม่ๆ
  • ความพร้อมของผู้สอน ผู้สอนจะต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำ มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากเรียนรู้ กระตุ้นการทำกิจกรรม เตรียมเนื้อหาและแหล่งค้นคว้าที่มีคุณภาพ รวมทั้งความพร้อมด้านการใช้คอมพิวเตอร์ การผลิตบทเรียนออนไลน์ และการเผยแพร่บทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • เนื้อหา บทเรียน เนื้อหาบทเรียนจะต้องเหมาะสมกับผู้เรียนให้มากกลุ่มที่สุด มีหลากหลายให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเลือกเรียนได้ด้วยตนเอง มีกิจกรรมวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เลือกใช้สื่อการสอนที่เหมาะสม และเหมาะสมกับความพร้อมของเทคโนโลยี การลำดับเนื้อหาไม่ซับซ้อน ไม่ก่อให้เกิดความสับสน ระบุแหล่งค้นคว้าอื่นๆ ที่เหมาะสม 
การประยุกต์ใช้การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning)ในการเรียนการสอน หรือ ชีวิตประจำวัน หรือ ในหน่วยงาน องค์กร
  1. ใช้คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียนำเสนอบทเรียน (Computer Multimedia Presentation) โดยผู้สอนเป็นผู้ใช้อย่างเดียวในการนำเสนอเนื้อหาของบทเรียนพร้อมประกอบด้วยภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียงประกอบรวมทั้งมีการอธิบายโดยผู้สอนในรายละเอียดของเนื้อหk
  2. ใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI (Computer Assisted Instruction)ส่วนใหญ่มักจะจัดทำเน้นไปทางการเรียนด้วยตนเองมากโดยผู้เรียนเป็นคนใช้โดยออกแบบวิธีการเสนอเนื้อหาบทเรียน (Instructional (Design) ให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ใช้เทคนิคของการเสริมแรง (Reinforcement) และหลักการปฏิสัมพันธ์ (Interactive) และหลักการทางจิตวิทยาการเรียนรู้โดยเฉพาะกระบวนการของจิตวิทยา Cognitive psychology ที่เน้นกระบวนการคิดและใช้วิธีการวิเคราะห์การเรียนรู้ข่าวสารของมนุษย์นำมาใช้ประกอบกันอย่างเป็นระบบ(System)
  3. หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Textbook) เป็นการจัดทำเนื้อหาในตำราและหนังสือเรียนให้อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย โดยมีรายละเอียดด้านเนื้อหารูปภาพเหมือนหนังสือทั่วไป โดยอาจมีภาพเคลื่อนไหว และเสียงรวมทั้ง ไฮเปอร์เท็กซ์เข้ามาประกอบเพิ่มเติมเพื่อให้มีสีสันรูปแบบที่น่าสนใจมากขึ้น
  4. การประยุกต์ใช้ในห้างสรรพสินค้า เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีอยู่หลายสาขาที่จัดจำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ มีซัพพลายเออร์กว่าพันราย และมีพนักงานอยู่หลายพันคน ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และการตัดสินใจต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ดังนั้นการที่ต้องใช้เทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องอ่านบาร์โค้ดจึงมีความจำเป็นฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นฝ่ายสนับสนุน สิ่งสำคัญที่สุดคือ  เราต้องให้ความมั่นใจได้ว่า ระบบจะต้องทำงานได้ไม่มีปัญหาขัดข้อง ปัจจุบันระบบการเชื่อมต่อห้างสรรพสินค้าจะเป็นแบบสอง ลักษณะคือในต่างจังหวัดจะใช้การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม ในกรุงเทพจะใช้การเชื่อมต่อแบบออนไลน์ ซึ่งจะมีการรับส่งข้อมูลกันทุกวัน ในส่วนของไอที นอกจากจะต้องทำให้ระบบ สามารถทำงานได้ตลอดเวลาแล้ว ยังต้องมั่นใจด้วยว่าข้อมูลที่รับส่งกันนั้นมีความถูกต้อง ซึ่งในแต่ละวันมีข้อมูลมาก ที่จะต้องผ่านการประมวลผลให้แก่ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลยอดขายข้อมูลสต็อกและข้อมูลต่างๆ ที่ ผู้บริหารต้องการ
  5. เทคโนโลยีของการสื่อสารและโทรคมนาคมในปัจจุบันก้าวไกลไปมาก มีบริการมากมายที่ทันสมัยและตอบรับกับการนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างการใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันนี้ก็มิไดมีไว้เพียงสำหรับคุยสนทนาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันสามารถช่วยงานได้มากขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลและการเปิดให้บริการของบริษัท มีติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งภาพและเสียง มีโทรศัพท์มือถือรุ่นต่าง ๆ ออกมามากมาย พัฒนาทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เช่นเทเลคอม เอเชีย คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้วางแผนการก่อสร้าง และติดตั้งขยายบริการโทรศัพท์พื้นฐาน 2.6 ล้านเลขหมาย ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงการซ่อมบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 25 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการในปัจจุบัน
  6. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการออกแบบ ได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการออกแบบ ( CAD : Computer Aided Design) ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบสินค้า และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยควบคุมกระบวนการผลิต ( CAM : Computer Aided Menufacturing ) เช่นควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ลดแรงงาน โดยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์ทำงาน
  7. ประยุกต์ใช้ในสำนักงานภาครัฐและเอกชนปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ มากมาย เช่น การทำบัตรประจำตัวประชาชน การเกิด การตาย การเสียภาษีอากร การทำใบอนุญาตขับรถยนต์ การจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การประมวลผลคะแนนเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นต้น งานเหล่านี้ได้มีการนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้ เพื่อทำให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว และยังตอบสนองกับการบริหารยุคใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลเป็นหลักในการบริหารจัดการ
  8. ประยุกต์ใช้ในงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มนักวิทยาสตร์ วิศวกรที่ต้องการศึกษาพฤติกรรมบางอย่างของสิ่งมีชีวต รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่นศึกษาการกระจายถิ่นที่อยู่ของนก การกระจายของแบคทีเรีย การสร้างอาณาจักรของมด ผึ้ง ชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าต่าง ๆ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ตลอดจนระบบนิเวศวิทยา ความสนใจในการจำลองความเป็นอยู่ของ สิ่งมีชีวิตได้มีมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ครั้ง จอห์น พอยเมน ผู้เป็นนักคณิตศาสตร์ เสนอแนวคิดการทำให้เครื่องจักรทำงานโดยอัตโนมัติภายใต้โปรแกรม ซึ่งเป็นรากฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนถึงปัจจุบันเกมแห่งชีวิตจึงเกิดขึ้น




อ้างอิง : เนื้อหา : ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร
ที่มา :  http://www.executivesupportcenter.com/seattle-video-conferencing-services.html
(วันที่ค้นคว้า 20 เม.ย. 2557)
  ข้อเสนอแนะ ติ ชม ทุก ๆ ด้าน จากการอบรมของ ดร.ชัชญาภา วัฒนธรรม

จากการเข้าอบรมมาตรฐานวิชาชีพสำหรับครู มาตราฐานที่ 8 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับครู 
ได้รับความรู้มากมาย จากที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ อาจารย์สอนสนุก กิจกรรมก็น่าสนใจ












































วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

สำนวนไทย



ขั้นนำ(Introduction)

     คนไทยได้ชื่อว่าเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนมาแต่โบราณ การพูดจาสื่อสารในชีวิตประจำวันมักจะแทรกสำนวนไทยที่เหมาะกับบริบทนั้นๆไป สำนวนไทย เป็นศิลปะในการใช้ภาษาอย่างหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์ในการพูดและการเขียน ช่วยให้การพูดและการเขียนนั้นน่าสนใจ และเข้าใจชัดเจนขึ้น ทั้งถ้อยคำก็เป็นถ้อยคำที่สละสลวย มีความหมายกินใจ ทำให้เพลิดเพลินและจดจำได้ง่ายอีกด้วย

    


   

ภาระงาน (Task)

ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แล้วปฏิบัติงานตามภาระงานดังต่อไปนี้
  ภาระงานที่ 1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าสำนวนไทย จากหนังสือเรียนหรือแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ที่มาของสำนวน  ลักษณะสำนวน พร้อมความหมาย วิธีการใช้ ข้อควรคำนึงในการใช้สำนวน แล้วจัดทำเป็นรูปเล่มรายงาน

   ภาระงานที่ 2 ให้แต่ละกลุ่มเลือกสำนวน มา 1 สำนวน ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนโดยการแสดงบทบาทสมมุติ ตัวอย่างสำนวน พร้อมอธิบายความหมายและข้อคิดที่ได้จากสำนวน



กระบวนการเรียน (Learning Process)

  1.  ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าสำนวนไทย จากหนังสือเรียนหรือแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 
  2. ศึกษาที่มาสำนวนไทยศึกษาลักษณะสำนวนไทยศึกษาสำนวนที่เกิดขึ้นใหม่วิธีการใช้สำนวนไทยข้อควรคำนึงในการใช้สำนวนไทยศึกษาตัวอย่างสำนวนไทย 
  3. เลือกสำนวนไทยมากลุ่มละ 1 สำนวน นำมาแต่งให้เป็นเรื่องราว โดยที่สำนวนที่เลือกมาต้องมีความสอดคล้องกับเนื้อเรื่องและบทบาทสมมุติที่จะแสดงด้วย
  4. เสนอบทบาทสมมุติหน้าชั้นเรียน

แหล่งเรียนรู้ (Resource)


เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับสำนวนไทย
  1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.1
  2. ห้องสมุด
  3. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
               แหล่งที่ 1 

               แหล่งที่ 2
             
             

ประเมินผล (Evaluation)


แบบประเมินภาระงานที่ 1

เกณฑ์การประเมิน ภาระงานที่ 1 รายงาน
รายการประเมิน
ระดับคุณภาพ
ดี (3)
พอใช้ (2)
ปรัปปรุง (1)
1. เนื้อหาสาระ
ของรายงาน
ครอบคลุมจุดประสงค
ทันเหตุการณ์และมีแหล่งอ้างอิง 2 ชนิดขึ้นไป
ครอบคลุมจุดประสงค์ทันเหตุการณ์ และมีแหล่งอ้างอิงต่ำกว่า 2 ชนิด
ครอบคลุมจุดประสงค์ ไม่ทันเหตุการณ์ และมีแหล่งอ้างอิงต่ำกวว่า 2 ชนิด
2. รูปแบบการ
จัดทํารายงาน
ครบถ้วนสมบูรณทั้งปก
คํานํา สารบัญ เนื้อหา
และบรรณานกรม
บกพร่องในบางส่วน
เช่น ปก คํานำ สารบัญ
แต่ยังมีเนื้อหา และบรรณานุกรม
ไม่ยึดถือรูปแบบการทํา
รายงาน และบกพร่อง
เป็นส่วนใหญ่เกือบ
ทุกส่วน
3. ความถูกต้อง
ในวิธีการ
นําเสนอ
ไม่มีขอบกพร่องในการ 
เลือกใช้หลักทฤษฎีใน
การนําเสนอขอมูล
มีขอบกพร่องเพียง
เล็กน้อยในประเด็น
ปลีกย่อย
มีขอบกพร่องในประเด็น
หลักของการนําทฤษฎี
มาใช้
4. ความสะอาด
เรียบร้อย
ผลงานสะอาด เรียร้อย
ประณีต แสดงถึงความ
ตั้งใจทําตลอดทั้งฉบับ
มีขอบกพร่องเกี่ยวกับ
ความเรียบร้อยใน
บางส่วนของงาน
เนื่องจากเหตุสุดวิสัย
ผลงานสกปรก เลอะเทอะ
แสดงถึงเจตนาในการรีบ
ทํางาน ผลงานไม่น่าอ่าน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
  ระดับคุณภาพ
       10 – 12 ดี
       7 – 9 พอใช้
       4 – 6 ควรปรับปรุง


แบบประเมินภาระงานที่ 2

เกณฑ์การประเมิน ภาระงานที่ 2 งานแสดงบทบาทสมมุติ




ประเด็นการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนน / ระดับคุณภาพ
ดี(3)
พอใช้(2)
ปรับปรุง(1)
1. ความเหมาะสมของบทบาทการนำเสนอ
แสดงบทบาทเหมาะสม  เสียงดังฟังชัด  ลีลาประกอบดีมาก
แสดงบทบาทเหมาะสม  เสียงดังปานกลาง  ลีลาประกอบดี
แสดงบทบาทเหมาะสม  เสียงเบา  ลีลาประกอบค่อนข้างน้อย
2. ความถูกต้องข้อมูล  สาระ  ความรู้
เนื้อหาสาระถูกต้องครบถ้วน
เนื้อหาสาระถูกต้องเป็นส่วนมาก
เนื้อหาสาระถูกต้องเป็นส่วนน้อย
3. ส่วนประกอบอื่นๆและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
มีการนำอุปกรณ์มาประกอบการนำเสนอ ดีมาก
มีการนำอุปกรณ์มาประกอบการนำเสนอ ดี
มีการนำอุปกรณ์มาประกอบการนำเสนอ ค่อนข้างน้อย

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
  ระดับคุณภาพ
       8 –9 ดี
       5 – 7 พอใช้
       2 – 4 ควรปรับปรุง

เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม


ประเด็นการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนน / ระดับคุณภาพ
ดีมาก(4)
ดี(3)
พอใช้(2)
ควรปรับปรุง(1)
1. บทบาทหน้าที่
 มีการกำหนดบทบาทหน้าที่สมาชิกไว้ชัดเจน
 มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ไม่ครบ ขาดไป 1 อย่าง
 มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ไม่ครบ ขาดไป 2 อย่าง
ไม่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิก
2.การมีส่วนร่วม
สมาชิกกลุ่มทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานในกลุ่ม
สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานในกลุ่ม
สมาชิกกลุ่มมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานในกลุ่มเป็นส่วนน้อย
สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานในกลุ่มน้อย
3. ความรับผิดชอบ
 สมาชิกทุกคนทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ไม่หลีกเลี่ยงงาน งานเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
สมาชิกส่วนใหญ่ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ไม่หลีกเลี่ยงงาน งานเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
สมาชิกส่วนน้อยทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หลีกเลี่ยงงานเป็นบางคน งานเสร็จช้ากว่าเวลาที่กำหนดเล็กน้อย
สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หลีกเลี่ยงงานเป็นบางคน งานเสร็จช้ากว่ากำหนด
4.การรับฟังความคิดเห็น
สมาชิกทุกคนยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์
สมาชิกทุกคนยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและมีเหตุผล
สมาชิกส่วนน้อยยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและมีเหตุผล
สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและไม่มีเหตุผล
5.ผลสำเร็จของงาน
เกิดจากความร่วมมือของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม
 เกิดจากความร่วมมือของสมาชิกส่วนใหญ่ในกลุ่ม
 เกิดจากความร่วมมือของสมาชิกส่วนน้อยในกลุ่ม
เกิดจากความร่วมมือของสมาชิก 1 - 2 คนในกลุ่มเท่านั้น

  • คะแนน 16-20 ดีมาก
  • คะแนน 11-15 ดี
  • คะแนน 6-10 พอใช้
  • คะแนน 0-5 ควรปรับปรุง

สรุป (Conclusion)


    สำนวนไทย คือถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า สำนวน คือถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือความที่เรียบเรียงขึ้นในเชิงอุปมาอุปมัยโดยมีนัยแฝงเร้นซ่อนอยู้อย่างลึกซึ้ง แยบคาย เพื่อให้ผู้รับได้ไปตีความ ทำความเข้าใจด้วยตนเองอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอาจแตกต่างไปความหมายเดิมหรืออาจคล้ายคลึงกับความหมายเดิมก็ได้ สันนิษฐานว่า สำนวนนั้นมีอยู่ในภาษาพูดก่อนที่จะมีภาษาเขียนเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย โดยเมื่อพิจารณาจากข้อความในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงแล้ว ก็พบว่ามีสำนวนไทยปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ เช่น ไพร่ฟ้าหน้าใส หมายถึง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข